Phu Kradueng Trip

posted on 13 Jan 2010 11:08 by happy-py

ปกติไม่ค่อยเที่ยวช่วงปีใหม่ ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้เที่ยว เพื่อนชวนแบบกระทันหัน มีเวลาให้ตัดสินใจแค่ 1 วัน ด้วยความที่เป็นคนไม่คิดเยอะ เพื่อนชวนบุ๊ป ตอบรับบั๊ป แต่ปัญหาคืนจะเดินทางกันยังไง วันที่ 25 แล้ว ยังไม่มีตั๋วรถทัวร์เลย เราคิดว่าถ้าไปรถทัวร์คงอดแน่นอน เราเลยอาสาขับรถไป เส้นทางมีให้เลือกทั้งหมดสามเส้นทางคือ

  • ทางแรก สระบุรีเลี้ยวขวาไปทางชัยภูมิ ระยะทางสั้นสุดราวๆ 500 กม. ทางแคบชุลมุนกว่าเพื่อน
  • ทางที่สอง สระบุรีเลี้ยวขวาเหมือนกันแต่ตรงไปโคราช-ขอนแก่น ถนนดีแต่ไกลหน่อย ร่วมๆ 600 กม.
  • ทางที่สาม สระบุรีตรงไปผ่านทางเพชรบูรณ์-น้ำหนาว ระยะทางอยู่ตรงกลางคือ ซัก 550 กม. วิวสวยกว่า

Day 1 – วันเดินทาง

ออก เดินทางจากกรุงเทพฯ ตอนประมาณสองทุ่มกว่า ๆ เราเลือกเส้นทางที่ 2 เพราะขับรถกลางคืนเส้นทางนี้น่าจะปลอดภัยที่สุด จากกรุงเทพฯ ขับรถออกมาเรื่อย ๆ ผ่าน Future Park รังสิต รถเริ่มติด แล้วมันก็ติดไปตลอดทาง ขับได้ความเร็วไม่เกิน 35 กม/ชั่วโมง ไปจนถึงสระบุรี คืนนั้น กรุงเทพฯ สระบุรี ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง รถยังคงติดต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงโคราช ขับได้ความเร็วไม่เกิน 70 กม/ชั่วโมง แอบคิดในใจแล้วจะไปถึงภูกระดึงกี่โมงเนี่ย แล้วจะได้นอนพักก่อนเดินขึ้นไม??? ปรึกษากับเพื่อนร่วมทางที่เป็นคนท้องถิ่น เลยตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปทางชัยภูมิ เพราะดูแล้วรถหนาแน่นน้อยกว่าทางไปขอนแก่น

Day 2 – วันเดินขึ้นภูกระดึง

ถึง ที่ทำงานอุทยานภูกระดึงตอนประมาณ 8 โมงเช้า คนเยอะ ขนของ รอคิวจ้างลูกหาบทันที เพราะที่ทำการประกาศแจ้งว่าลูกหาบมีจำนวนจำกัด ถ้าจ้างไม่ทันต้องขนของขึ้นเอง จ้างลูกหาบเรียบร้อย ก็ไปนั่งทานอาหารเช้ากันก่อนเดินขึ้น อาหารเช้าของเราคือ ต้มเลือดหมู ไข่ลวก 2 ฟอง โปรตีนเชค 1 แก้ว โด๊ปสุด ๆ เพราะขับรถคนเดียวทั้งคืนไม่ได้นอนพักแล้วต้องเดินขึ้นกันเลย





อิ่ม อาหารเช้าเรียบร้อยก็พร้อมออกเดินเท้าขึ้นภูต่อ เริ่มออกเดินจากที่ทำการอุทยานตอนประมาณ 10.30 น. จุดมุ่งหมายแรกคือ ซำแฮก ถึงซำแฮกประมาณเที่ยงแวะพักดื่มน้ำถ่ายรูปสักพักก็ออกเดินทางต่อ จากนั้นก็แวะพักตามซำต่าง ๆ จนไปถึงซำแคร่ ซึ่งเป็นจุดแวะพักทำใจก่อนจะขึ้นหลังแปร เพราะเป็นเส้นทางที่โหดที่สุด ชันที่สุด ระยะทางถึงหลังแปร 1.3 กม. ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ขึ้นไปเรื่อย ขึ้นจนสุดอยากจะร้องกรี๊ดดดด เพราะคิดว่าสุดสิ้นการเดินแล้ว แต่ปรากฎว่าต้องเดินทางราบต่ออีก 3 กม. เพื่อเข้าไปยังบริเวรที่พัก ถึงที่พักประมาณบ่าย 4 โมง กางเต้นท์เรียบร้อยก็ออกไปหาอะไรเข้าท้องอีก ใช้พลังานไปเยอะ หิวบ่อย มื้อเย็นวันนั้นตกลงปลงใจกันที่หมูกระทะ



ทาน อาหารเย็นเรียบร้อยก็ได้เวลาอาบน้ำ อากาศเริ่มเย็น ๆ คิวก็ย๊าวยาว จะไม่อาบก็ไม่ได้ เพราะเดินมาทั้งวันเหงื่อท่วมตัว ระหว่างยืนเข้าคิวอาบน้ำอยู่ เราก็ดันมองไปเห็นว่าห้องน้ำชายว่างเลยดำริกับเพื่อนว่าไปอาบห้องน้ำชายกัน เถอะ ไม่มีคิวเลย เพื่อนตอบตกลงทันทีเพราะขี้เกียจรอคิวนาน เดินไปถึงเข้าห้องอาบน้ำได้ทันทีไม่ต้องรอ อาบเสร็จเดินออกมากปรากฎว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ตามมาด้วยอีกเป็นฝูงจนดู กลายเป็นห้องอาบน้ำหญิงไปแล้ว

อาบ น้ำเสร็จเรียบร้อย ดูเวลาตอนนั้น 2 ทุ่มแล้ว นี่ 36 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่ได้นอนเลยแต่ทำไมมันไม่ง่วง แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เพราะเพื่อนที่ไปไม่ค่อยจะเฮฮากันเท่าไหร่เลยตัดสินใจนอนหลับข้ามปีดีกว่า พยายามนอนก็ไม่ค่อยจะหลับ ใกล้เที่ยงคืนยังได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวจากเต้นท์อื่น Countdown กัน อย่างสนุกสนาน หมดเสียงฉลองปีใหม่สักพัก ฝนก็เทกระหน่ำซะ เต้นท์รั่วอีกต่างหากเพราะไม่ได้คลุมผ้าใบกันฝนอีกชั้น ส่วนเพื่อนร่วมเต้นท์นอนหลับไม่รู้เรื่อง ฝนตกอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็หยุด ได้นอนอย่างสบายใจสัก

Day 3 – วันเดินเที่ยว

รู้ สึกตัวตื่ตอนตีสี่ครึ่ง รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะต้องไปเจอกันที่จัดนัดพบตอนตีห้าเพื่อไปดูพระ อาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น แต่งตัวเรียบร้อย เปิดเต้นท์จะใส่รองเท้า ปรากฎว่าคืนก่อนลืมเอารองเท้าเก็บเข้าเต้นท์ รองเท้าผ้าใบเราเปียกชุ่มฉ่ำ จะใส่รองเท้าแตะไปก็กลัวทาก ฝนตกแบบนี้ทากตรึมยอมไม่ไปดูดีกว่า การเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเลยต้องอด ส่วนเพื่อน ๆ คนอื่นนอนหลับกันไม่รู้เรื่อง ไหน ๆ ไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็กลับไปนอนต่ออีกสักพัก

เจ็ด โมงเช้าทุกคนตื่น ล้างหน้าล้างตากันเรียบร้อยก็ไปหาอะไรทานกันก่อนจะออกเดินเที่ยว ทานอาหารเช้าเรียบร้อยเพื่อนร่วมทริปก็บ่นง่วงอีก พวกเราเลยต้องกลับเต้นท์กันอีกรอบมานั่งเล่นนั่งคุยกันอีกสักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะออกเดินเที่ยวตอนประมาณ 11 โมงเช้า จุดมุ่งหมายของเราคือ ผาหล่มสัก เพื่อไปดูพระอาทิตย์ตก ระยะทางจากที่พักถึงผาหล่มสักเกือบ 10 กิโล แต่เพื่อนที่ไปดูอยากไปดูน้ำตกอีก ถ้าไปดูน้ำตกต้องบวกไปอีก 3.6 กม. ระยะทางไปกลับ เดินไปถึงน้ำตก แต่ไม่มีน้ำตกมีแต่น้ำหยด ผิดหวังเล็กน้อย





เดินทุลักทุเลกันไปเพราะผู้นำทางดันพาไปทางที่กันดารไม่มีจุดแวะพัก ร้อนแห้งแล้งไปตลอดทาง ถึงผาหล่มสักตอนประมาณ 5 โมง เย็น ที่นั้นคนเยอะมาก แทบหาจุดเข้าไปถ่ายรูปไม่ได้ รอดูพระอาทิตย์ตกเรียบร้อยก็ต้องมุ่งหน้ากลับทันที เพราะเริ่มมืดแล้วจะกลับลำบาก เข้ากลับทางเดินมืดแต่ไม่กันดารเหมือนขาไปเพราะมีจุดแวะพักและร้านค้าเป็น ระยะ ๆ พวกเราก็แวะพักไปเรื่อยเปื่อยกว่าจะถึงที่พักก็ประมาณสี่ทุ่มกว่า





คืน นี้คิวอาบน้ำยาวทั้งห้องน้ำชายและหญิง พวกเราเลยขอสกิ๊บอาบน้ำวันนี้เอาแค่ล้างหน้าสีฟัน วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมาก ปวดขา เข้านอนตอนห้าทุ่ม คืนนี้คงได้หลับอย่างสบายใจเพราะเมื่อเช้าไปเช่าผ้าใบกันฝนมาเรียบร้อย รองเท้าก็เอาเข้าเต้นท์เตรียมใส่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น

Day 4 – วันเดินทางกลับ

อะไร ที่เตรียมพร้อมมักจะไม่ได้ไป เช้านั้นตื่นสาย ลุกไม่ขึ้น เหนื่อย ตื่นมาตอนตีห้ากว่า เลยอดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอีก.....ไหน ๆ ก็ไม่ได้ไปแล้วนอนต่ออีกสักพัก รู้สึกตัวตื่นอีกทีประมาณ 8 โมงเช้า รีบล้างหน้าแปรฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า (น้ำไม่อาบอีก) เก็บสัมภาระ จ้างลูกหาบ ทานอาหารเช้า ซื้อของที่ระลึกก่อนเดินทางลง

เริ่ม ออกเดินทางจากที่พักตอนประมาณสิบโมงครึ่งถึงที่ทำการอุทยานด้านล่างตอน ประมาณบ่าย 3 โมงครึ่ง ขาลงก็ไม่ได้ง่ายไปกว่าขาขึ้นเลย ต้องคอยระวัง ก้าวไม่มีมีลื่นได้ง่าย ๆ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงกันว่า “นี่ฉันเดินขึ้นไปได้อย่างไงเนี่ย”




รับสัมภาระเรียบร้อยบอกเพื่อนว่าขออาบน้ำก่อน เพราะไม่ไหวรู้สึกสกปรกมาก เหงื่อแตก อาบน้ำ นั่งพัก ทานข้าว ดื่ม กาแฟ เคลียรหนี้สิ้นกันสักพักใหญ่ก็มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตอนประมาณ 6 โมงเย็น รถเยอะแต่ก็ขับมาเรื่อย ๆ มารถติดเอาตรงเกือบถึงปากช่อง คิดในใจนี่ขากลับจะใช้เวลา 10 ชม. อีกเหรอเนี่ย ติด ๆ ไหล ๆ อยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่โชคดีเป็นแค่รถเสีย ผ่านตรงนั้นมาได้ก็ฉลุย ถึงกรุงเทพฯ ตอนประมาณตีหนึ่งครึ่ง เป็นอันจบทริปภูกระดึง


Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet